โปรแกรมอะไหล่ และศูนย์บริการ (Parts and Service System - PSS)

เพื่อการจัดการสต็อกอะไหล่ ซื้อ ขาย และงานบริการ ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

โปรแกรมอะไหล่ และศูนย์บริการ
(Parts and Service System - PSS)

          โปรแกรมอะไหล่ และศูนย์บริการ มีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับงานในด้านการบริหารจัดการสต็อกอะไหล่ งานบริการ ใช้ได้ทั้งองค์กรแบบสำนักงานเดียวและแบบมีสาขา (แบบ Online) โดยระบบงานจะมีการควบคุมสต็อกอะไหล่  การจัดซื้อสินค้า การสั่งซื้อสินค้าที่มีสูตรคำนวณช่วยในการสั่งซื้อ รองรับงานขายสินค้าหลายรูปแบบ เช่น ขายปลีก ขายส่ง ขายโปรโมชั่น ขายแคมเปญ เป็นต้น มีฟังก์ชั่นระบบชี้รูปเพื่อให้สะดวกต่อการทำงานสั่งซื้อและงานขาย งานศูนย์บริการภายในและบริการนอกสถานที่ ทั้งการซ่อมสินค้าที่เป็นสินค้าภายใน และงานซ่อมทั่วๆไป ควบคุมระบบการโอนและรับโอนสินค้า ซึ่งระบบงานทั้งหมดในโปรแกรมจะช่วยให้สามารถควบคุมและบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
เมนูการทำงานเบื้องต้นของโปรแกรมอะไหล่ และศูนย์บริการ มีดังนี้
        1. ระบบงาน เป็นการกำหนดมาตรฐานของระบบสำหรับเริ่มต้นการใช้โปรแกรม ประกอบด้วย
            1.1 ข้อมูลของระบบ เป็นการวางเงื่อนไขในการจัดการบริหารงานเช่น ด้านระบบงานทั่ว ๆไป งานเอกสาร เป็นต้น
            1.2 ข้อมูลบริษัท/ข้อมูลสาขา เพื่อใช้เป็นข้อมูลของหัวเอกสารในระบบ
            1.3 กำหนดขอบเขตและกลุ่มงาน เพื่อใช้กำหนดขอบเขตการทำงานของแต่ละกลุ่มงานในการใช้งานเมนูต่างๆ รวมทั้งสิทธิ์ในการ เพิ่ม แก้ไข ยกเลิก หรือพิมพ์ข้อมูล โดยจะนำไปกำหนดกลุ่มงานให้กับผู้ใช้โปรแกรมแต่ละคนในลำดับต่อไป สามารถสร้างได้มากกว่า 1 กลุ่มงานตามความเหมาะสมและการจัดการภายในบริษัท
            1.4 ผู้ใช้โปรแกรม ตั้งรหัสผ่านของผู้ใช้โปรแกรมสำหรับการเข้าโปรแกรม และการใช้งานในเมนูต่างๆตามสิทธิของกลุ่มงานที่ถูกกำหนดไว้ในตัวผู้ใช้
        2. ข้อมูล เป็นการสร้างฐานข้อมูลเพื่อใช้ประโยชน์ในการทำงานของแต่ละเมนู ประกอบด้วย
            2.1 ข้อมูลลูกค้า และข้อมูลผู้จำหน่าย เป็นการเก็บข้อมูลลูกค้าและข้อมูลผู้จำหน่ายเข้าระบบ โดยระบบมีฟังก์ชั่นดึงข้อมูลจากเครื่องอ่านบัตรสมาร์ทการ์ดได้ หรือหากมีการใช้งาน โปรแกรมซื้อ-ขายสินค้าโชว์รูม หรือโปรแกรมเช่าซื้อ ลิสซิ่ง ไฟแนนซ์ร่วมด้วย สามารถดึงข้อมูลของลูกค้าจากระบบดังกล่าว มาสร้างเป็นข้อมูลลูกค้าในระบบนี้ได้โดยไม่ต้องคีย์ข้อมูลใหม่ นอกจากนี้มีการกำหนดส่วนลดในรายตัวลูกค้าได้เพื่อใช้เป็นส่วนลดในการขายอะไหล่


            2.2 ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า เป็นส่วนงานที่เกี่ยวกับการจัดการ บริหารการใช้งานของรายการอะไหล่
                 2.2.1 ข้อมูลสินค้าในคลัง เป็นการจัดเก็บรายละเอียดรายการอะไหล่แต่ละรายการ เช่น รหัสสินค้า ชื่อสินค้า ราคาทุนสินค้าซึ่งระบบจะคำนวณราคาทุนเฉลี่ยอัตโนมัติให้ใหม่ทุกครั้งที่มีการรับสินค้าเข้า กำหนดราคาซื้อ ราคาขาย ราคาขายต่ำสุดเพื่อควบคุมการขายให้ไม่ขาดทุน เปอร์เซ็นต์ส่วนลด กำหนดจำนวนสินค้าคงเหลือต่ำสุดหรือสูงสุด สถานที่เก็บสินค้า เป็นต้น


                 2.2.2 เมนูปรับปรุงสต็อก การปรับปรุง stock เป็นการอำนวยความสะดวกให้ในกรณีเกิดการผิดพลาดจากหลายกรณี เช่น พนักงานหยิบอะไหล่ออกไปไม่ถูกต้อง หรือเกิดการสูญหายโดยหาสาเหตุไม่ได้ ระบบจึงมีเมนูนี้เพื่อช่วยให้สามารถปรับจำนวนสินค้าเพิ่มหรือลดได้ ให้ตรงตามความเป็นจริงที่มีอยู่ แต่ด้วยเมนูนี้มีความสำคัญเพราะเกี่ยวเนื่องกับจำนวนสินค้า ราคาทุนเฉลี่ยของสินค้า จึงต้องมีการตรวจสอบสิทธิ์ให้ใส่รหัสผ่านเพื่อเข้าใช้งาน    ใช้สำหรับปรับปรุงจำนวนสินค้าในสต๊อก ในกรณีเช็คสต๊อกประจำปี หรือการสุ่มตรวจนับสินค้า เป็นต้น
                 2.2.3 เมนูข้อมูลสินค้าทดแทน บันทึกรายการสินค้าที่สามารถใช้แทนกันได้ ในกรณีที่รายการสินค้าหลักหมดสต็อก ระบบจะแสดงรายการทดแทนให้อัตโนมัติ
            2.3 ข้อมูลทั่วไป เป็นการสร้างฐานข้อมูลเพื่อใช้ในหน้าการทำงานต่างๆ เช่น ข้อมูลหลักสินค้า ข้อมูลจังหวัด/อำเภอ ข้อมูลการสั่งซื้อ ข้อมูลรายรับอื่นๆ เป็นต้น
            2.4 ข้อมูลการจัดการงานส่งเสริมการขายต่างๆ เป็นการกำหนดรายการสินค้าที่จะใช้ขายในรูปแบบพิเศษ เช่น งานขายโปรโมชั่น งานขายแคมเปญ  รายการสินค้าที่มีของแถม การแลกของรางวัลจากคะแนนสะสมของบัตรสมาชิก เป็นต้น
            2.5 ข้อมูลงานบริการ เป็นการสร้างฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับงานบริการ เช่น
                 2.5.1 ข้อมูลกลุ่มรายการซ่อมและข้อมูลประเภทการซ่อม เพื่อใช้แบ่งแยกประเภทงานซ่อม ทำให้สามารถตรวจสอบงานได้ว่า ในแต่ละช่วงเดือนมีประเภทงานซ่อมใดบ้าง เช่น งานซ่อมอุบัติเหตุ งานซ่อมทั่วไป งานซ่อมเช็คระยะ เป็นต้น
                 2.5.2 ข้อมูลกลุ่มราคาค่าบริการและข้อมูลราคาค่าบริการ เป็นการกำหนดค่าบริการให้เป็นมาตรฐานในการซ่อมงานแต่ละกลุ่ม และสามารถกำหนดราคาได้หลายระดับ
                 2.5.3 ข้อมูลการเช็คระยะ สามารถสร้างเป็นฐานข้อมูลเพื่อกำหนดรายละเอียดการเช็คระยะ ตามมาตรฐานของรถแต่ละยี่ห้อ/แต่ละรุ่น ที่ต้องเข้ารับการเช็คระยะเพื่อทำการบำรุงรักษาเครื่องยนต์ และทำให้สะดวกรวดเร็วในการทำงานยิ่งขึ้น


        3. ระบบงานเกี่ยวกับการจัดซื้อ งานจัดซื้อเป็นการจัดสรรสินค้าเข้าสต็อกซึ่งมีส่วนงานหลักๆ ดังนี้
            3.1 การขอสั่งซื้อและการสั่งซื้อ เป็นขั้นตอนการเลือกรายการสินค้ามาทำการสั่งซื้อ หรือดึงรายการสินค้าจากหน้าขอสั่งซื้อ หรือดึงรายการสินค้าจากหน้าเบิกอะไหล่ นอกจากนั้นโปรแกรมยังมีฟังก์ชั่นในการคำนวณจำนวนสินค้าที่ควรสั่งซื้อให้อัตโนมัติเพื่อช่วยให้บริษัทควบคุมสต๊อกสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพิ่มความสะดวกและรวดเร็วต่อการทำงาน ฟังก์ชั่นช่วยคำนวณมี 2 แบบให้เลือกใช้ ดังนี้
            -  การคำนวณด้วยสูตร ABC ซึ่งจะคิดจากสินค้าค้างรับ ค้างส่ง สินค้าคงเหลือ
            -  การคำนวณจากการตรวจสอบสินค้าที่คงเหลือต่ำกว่าจุดที่กำหนด คิดจากสินค้าคงเหลือในสต็อกว่ากำหนดให้สินค้าใน Stock มีจำนวนต่ำสุดเท่าไร
            สำหรับกรณีที่สั่งซื้อสินค้าไปยังผู้จำหน่ายแล้วแต่ได้รับสินค้าไม่ครบตามที่สั่ง ระบบสามารถให้ทำการเคลียร์ค้างรับในใบสั่งซื้อได้


            3.2 การรับสินค้า เป็นการรับสินค้าที่สามารถรับได้ตามใบสั่งซื้อซึ่งระบบจะแสดงรายการที่ค้างรับตามใบสั่งซื้อนั้นมาให้ ไม่ต้องคีย์รายการใหม่ หรือรับนอกการสั่งซื้อก็ได้ และเมื่อทำการรับสินค้าแล้ว ระบบได้มีเมนูการพิมพ์บาร์โค้ต เพื่ออำนวยความสะดวกในการสร้างบาร์โค้ตนำไปติดที่สินค้าได้ด้วย


        4. ระบบงานเกี่ยวกับการขายสินค้า รองรับงานขายได้หลายรูปแบบแบ่งออกเป็น 5 รูปแบบ ได้แก่ ขายปลีก,ขายปลีก(คูปอง),ขายส่ง,ขายโปรโมชั่น และขาย Campaign การขายทั้ง 5 รูปแบบ ซึ่งแต่ละประเภทการขาย จะมีการคิดส่วนลดจากสินค้าแต่ละรายการ ส่วนลดของลูกค้า รวมถึงดูข้อจำกัดสิทธิ์การให้ส่วนลดของตัวผู้ใช้โปรแกรม ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้ลดราคาจนขาดทุนได้ สำหรับงานขายโปรโมชั่นจะรองรับในลักษณะจัดรายการขายสินค้าแบบควบคู่กันไป ส่วนงานขายแคมเปญสามารถกำหนดช่วงเวลาของการจัดกิจกรรมรายการขายได้ นอกจากนี้เพื่อการจัดการบริหารด้านการขายให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โปรแกรมได้มีระบบชี้รูปภาพอะไหล่ไว้อำนวยความสะดวกให้กับทั้งผู้ซื้อและผู้ขายในการสั่งซื้อ และยังมีเมนูที่เกี่ยวข้องกับงานขายเพื่อช่วยให้การดำเนินงานของบริษัทสะดวกยิ่งขึ้น เช่น การรับการสั่งซื้อจากลูกค้า,การรับคืนสินค้าจากการขาย,การเสนอราคา และการวางบิล เป็นต้น
        นอกจากนี้ระบบมีฟังก์ชั่นที่อำนวยความสะดวกในการดูการเคลื่อนไหวของสินค้าแต่ละชิ้น ทั้งการรับสินค้าจากผู้จำหน่ายรายใดด้วยราคาต้นทุนเท่าไหร่ การขายสินค้าให้ลูกค้ารายใดด้วยราคาขายเท่าไหร่ ข้อมูลการรับ-ขายสินค้าชิ้นนั้นในแต่ละวัน


        5. ระบบงานเกี่ยวกับงานด้านบริการ งานบริการเป็นส่วนงานที่มีความจำเป็นสำหรับการบริการหลังการขาย ซึ่งในโปรแกรมนี้จะมีเมนูเพื่อรองรับงาน ดังนี้
            -  ข้อมูลสินค้าที่รับซ่อม บันทึกรายละเอียด ยี่ ห้อ รุ่น แบบ สี ชื่อ-นามสกุลลูกค้า ส่วนลดสำหรับงานบริการ (กรณีที่ใช้โปรแกรมขายรถร่วมสามารถดึงข้อมูลรถมาได้)


            - การประเมินราคาซ่อม เพื่อทำการบันทึกเสนอราคารายการอะไหล่ให้กับลูกค้าที่ต้องการทำการเสนอราคาค่าซ่อมให้กับบริษัท หรือกรณีต้องทำการเบิกกับบริษัทประกันภัย
            - การเปิด JOB ซ่อม สำหรับเก็บรายละเอียดรถที่เข้าซ่อมโดยดึงจากข้อมูลสินค้าที่รับซ่อม หรือสร้างข้อมูลใหม่ได้ พร้อมทั้งระบุประเภทการซ่อม อาการ/ปัญหา/รายการที่สั่งซ่อม ระบุรายการอะไหล่ที่ต้องใช้เพื่อใช้ในการเบิกอะไหล่ซ่อม


            - การขอเบิกอะไหล่ เมนูนี้จะใช้สำหรับกรณีที่ต้องการเบิกอะไหล่ แต่ไม่มีอะไหล่ในสต็อก จึงต้องทำการขอเบิกเพื่อแจ้งให้ฝ่ายอะไหล่ดำเนินการจัดซื้อ
            - การเบิกอะไหล่ สามารถดึงรายการสินค้าจากใบประเมินราคาซ่อมหรือใบขอเบิกอะไหล่มาทำการเบิกอะไหล่
            - การคืนอะไหล่ เป็นการทำรายการคืนอะไหล่ที่เบิกกลับเข้าสต็อก ด้วยเหตุจากการเบิกผิด หรือเบิกเกิน เป็นต้น
            - การวางบิลจากงานบริการ เพื่อทำการสรุปงานที่ปิด Job แล้วทำรายการแจ้งหนี้ให้กับลูกค้า
         นอกจากนี้ ระบบยังรองรับการควบคุมงานซ่อมที่ส่งซ่อมภายนอกบริษัททั้งแบบส่งซ่อมเฉพาะชิ้นส่วนอะไหล่หรือส่งรถทั้งคันออกไปซ่อมภายนอก เพื่อป้องกันการผิดพลาดในการปิด Job ก่อนส่งมอบให้กับลูกค้า รวมถึงการคำนวณค่าใช้จ่ายที่จะต้องคิดค่าบริการกับลูกค้า
         งานบริการยังมีการควบคุมเวลาการทำงานของช่าง เพื่อใช้ตรวจสอบประสิทธิภาพของช่างแต่ละคนว่าใช้เวลามากน้อยแค่ไหนในการซ่อมแต่ละ JOB และทำให้ทราบได้ว่ามี JOB ใดบ้างที่ต้องรออะไหล่ด้วยเหตุใด
            - การปิด Job เมื่อทำการซ่อมเสร็จจะต้องทำการปิด Job โดยระบบจะแสดงรายการอะไหล่ที่ได้เบิกใช้ในการซ่อมทั้งหมด สามารถเลือกรายการค่าบริการต่างๆได้ตามที่กำหนดค่าไว้ โดยสามารถปรับเปลี่ยนจำนวนเงินค่าบริการได้  รวมถึงแสดงราคาทุนบริการซ่อมภายนอก(กรณีมีส่งงานซ่อมภายนอก) เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถคิดราคาค่าบริการได้ถูกต้อง นอกจากนี้ระบบยังมีเมนูบันทึกภาพการซ่อม เพื่อเก็บภาพงานแต่ละขั้นตอนไว้ตรวจสอบด้วย โดยงานซ่อมสินค้าแต่ละครั้งจะเก็บเป็นประวัติเพื่อให้สามารถเรียกดูผ่านเมนูดูประวัติสินค้าที่ซ่อมได้


        6. ระบบงานบริการนอกสถานที่ เป็นการให้บริการที่เหมาะกับยานยนต์ที่มีขนาดใหญ่ เช่น รถแทรกเตอร์ เป็นต้น ทำให้ลูกค้ามีความสะดวกมากขึ้นโดยไม่ต้องนำสินค้ามารับบริการที่บริษัท และฝ่ายงานบริการสามารถวางแผนงานการให้บริการหรือตรวจเช็คบำรุงล่วงหน้าได้ ระบบจะเก็บข้อมูลระยะทางในการเดินทาง วันและเวลาในการเดินทาง อีกทั้งค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
        7. ระบบงานซ่อมภายใน งานซ่อมภายในเป็นการนำรถที่มีในบริษัทมาทำการซ่อมหรือตกแต่งเพิ่มเติมก่อนนำไปขาย หากใช้โปรแกรมซื้อ-ขายสินค้าโชว์รูม ร่วมด้วยสามารถดึงรถจากโปรแกรมดังกล่าวมาทำการซ่อมหรือตกแต่งในระบบงานซ่อมภายในได้ ช่วยให้สะดวกในการกรอกข้อมูลรถที่นำมาซ่อม และจะนำค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากระบบงานนี้ไปรวมเป็นราคาต้นทุนรถในโปรแกรมซื้อ-ขายสินค้าโชว์รูมให้โดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องมาคำนวณราคาเองให้เสียเวลาอีกต่อไป นอกจากนั้นยังควบคุมงานอื่นๆ ดังต่อไปนี้
            -  การขอเบิกซ่อมภายใน
            -  การเบิกอะไหล่ซ่อมภายใน ถ้ามีการบันทึกขอเบิกอะไหล่ไว้แล้วสามารถดึงจากใบขอเบิกมาใช้ได้ทันที ประหยัดเวลาในการทำงานของพนักงานอย่างมาก
            -  การคืนอะไหล่จากการเบิกซ่อมภายใน
            -  ประเภทการซ่อมภายใน เพื่อให้ทราบว่าที่นำรถไปซ่อมภายในนั้นเพราะสาเหตุอะไร


        8. ระบบงานเบิก/รับสินค้าภายใน สำหรับงานในส่วนของการเบิกสินค้าภายในเป็นการเบิกสินค้าเพื่อใช้ภายในบริษัท เช่น เบิกอะไหล่เพื่อนำไปซ่อมรถของบริษัทหรือเบิกเพื่อนำไปให้ลูกค้าเป็นสินค้าตัวอย่าง เป็นต้น และรับสินค้าภายใน เป็นการรับสินค้าเข้าสต็อก ที่ต่อเนื่องจากการเบิกสินค้าภายใน

        9. ระบบงานยืม/คืน แบ่งออกเป็น
            -  การยืมอะไหล่ให้ลูกค้า/การคืนอะไหล่ให้ลูกค้า ในกรณีที่ทางร้านไม่มีอะไหล่บางตัว แต่จำเป็นต้องใช้ชั่วคราวเพื่อเอาทดลองใช้กับรถคันอื่นที่ซ่อมอยู่ก็สามารถเก็บข้อมูลโดยบันทึกการยืม และการคืนสินค้า
            -  การให้ยืมอะไหล่กับลูกค้าและการรับคืนอะไหล่จากลูกค้า เช่น กรณีลูกค้านำรถมารับการบริการซ่อม แต่อะไหล่ชิ้นนั้นอยูในระยะประกัน ทำให้ต้องส่งเคลมกับบริษัทผู้จำหน่าย แต่บริษัทให้ลูกค้ายืมอะไหล่ใส่รถไปก่อนโดยไม่ต้องรอการเคลม เมื่อได้สินค้าจากการส่งเคลมจะได้ทำการบันทึกรับคืนเข้าสต็อก
        10. ระบบการโอนและรับโอนสินค้า เพื่อให้การจัดการสินค้าสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น ระบบจึงมีเมนูการโอนสินค้าระหว่างสาขา  และมีการควบคุม Stock สำหรับการโอน-รับโอน ซึ่งการโอนนั้นสามารถทำได้ 2 วิธี คือ
            -  โอนอัตโนมัติ เป็นการโอนสินค้าไปยังสาขาโดยสาขาที่รับโอนไม่ต้องทำการบันทึกรับโอนสินค้า โปรแกรมจะรับโอนสินค้าเข้าสต็อกให้อัตโนมัติ
            -  โอนไม่อัตโนมัติ เป็นการโอนสินค้าไปยังสาขาโดยสาขาที่รับโอนต้องทำการบันทึกรับโอนสินค้าเอง

           ซึ่งการทำรายการรับโอนสินค้าแบบอัตโนมัติ หรือไม่อัตโนมัติ ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าเริ่มต้นของระบบของแต่ละสาขา ที่ต้องจัดการไว้ตั้งแต่เริ่มต้นการใช้งาน

        11. ระบบบัญชีและการเงิน จะแบ่งการจัดการงานไว้ดังนี้
            11.1 การซื้อ สำหรับการจัดเก็บเอกสารที่ได้รับจากผู้จำหน่าย เช่น การชำระเงิน ใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษี ใบลดหนี้ ใบเพิ่มหนี้ เป็นต้น
            11.2 การขายและการบริการ การทำงานในส่วนของบัญชีและการเงินจะมีลักษณะเหมือนกันคือควบคุมการทำงานในส่วนของการรับชำระเงิน โดยระบบรองรับการรับชำระเงินได้หลายรูปแบบ เช่น ชำระเป็นเงินสด การโอนเงิน เช็ค บัตรเครดิต พร้อมทั้งหักจากลดหนี้หรือคิดบวกจากเพิ่มหนี้  และสามารถนำไปออกเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเงินทั้ง ใบกำกับภาษี ใบเสร็จรับเงิน ใบเพิ่มหนี้ ใบลดหนี้ เป็นต้น รวมถึงการทำใบวางบิล และรับชำระเงินจากใบวางบิลด้วย

 


        12. ระบบรายรับอื่นๆ งานรายรับอื่นๆ เป็นการทำรายการที่เป็นรายได้นอกเหนือจากการขายอะไหล่และงานศูนย์บริการ เช่น ค่าตรวจสภาพทั่วไป ค่าบริการการล้างรถ เป็นต้น ควบคุมการรับชำระเงิน การออกใบกำกับภาษีอย่างย่อและอย่างเต็ม การออกใบเพิ่มหนี้อื่นๆ การออกใบลดหนี้อื่นๆ การออกใบเสร็จรับเงินอื่นๆ  ซึ่งจะควบคุมจำนวนเงินที่รับเข้ามาจากทางอื่นได้อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
        13. รายงาน สำหรับรายงานของโปรแกรมระบบอะไหล่และศูนย์บริการนั้นมีหลากหลายให้ผู้ใช้ได้เลือกดูตามความต้องการ
            -  รายงานผู้บริหาร
            -  รายงานเกี่ยวกับการซื้อสินค้า เช่น รายงานสรุปการซื้อสินค้า สินค้าค้างรับ ยอดหนี้ค้างชำระ การชำระเงินให้กับผู้จำหน่าย เป็นต้น
            -  รายงานเกี่ยวกับการขายสินค้า เช่น รายงานสรุปยอดขายสินค้า กำไร ขาดทุน ตรวจสอบราคาสินค้า การรับชำระเงิน ยอดหนี้ค้างรับชำระ การจัดอันดับยอดขายสินค้าสินค้าที่ไม่พอขาย เป็นต้น
            -  รายงานเกี่ยวกับการบริการ เช่น สรุปการเปิด Job บริการ  ปิด Job บริการ  ประวัติการซ่อม  สรุปการทำงานของช่าง การเบิกอะไหล่  คืนอะไหล่ จัดอันดับสินค้าเคลม สรุปงานซ่อมนอกสถานที่ เป็นต้น
            -  รายงานเกี่ยวกับการบริหารสินค้า เช่น สรุป Stock Card การเคลื่อนไหวของสินค้า สินค้าคงเหลือ ณ ปัจจุบัน จัดอันดับการเคลื่อนไหวของสินค้า สถิติการขาย และตรวจสอบการปรับปรุง Stock เป็นต้น
            -  รายงานเกี่ยวกับการซ่อมสินค้าภายใน เช่น สรุปการเปิดและปิด Job ภายใน ตรวจสอบการเบิกอะไหล่และการคืนอะไหล่ ตรวจสอบจำนวนรถที่เข้าซ่อม เป็นต้น
            -  รายงานเกี่ยวกับการให้ยืม รับคืน
            -  รายงานเกี่ยวกับการโอนและรับโอนสินค้าต่างสาขา